สงขลา-เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง เดือด แฉไอ้โม่ง กินส่วนต่าง หลังมาเลเซีย งดนำเข้า ทำกุ้งราคาตกต่ำ ห้องเย็นกว้านซื้อราคาถูก

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งของนายปรีชา สุขเกษม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา หลังเกิดปัญหากุ้งล้นตลาด ราคาตกต่ำ เนื่องจากทางการมาเลเซีย ประกาศงดน้ำเข้ากุ้งจากไทย เพราะต้องตรวจหาสารปนเปื้อนในกุ้ง ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้ทางการไทยที่ ตรวจสอบสารปนเปื้อนในปลากะพง ที่นำเข้าจากมาเลเซีย ซึ่งนายปรีชา เปิดเผยว่า หลังจาก มาเลเซีย ห้ามนำเข้ากุ้งจากไทยชั่วคราว ก็ทำให้กุ้งที่พร้อมจะขาย กลับไม่สามารถขายได้ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา มีกุ้งประมาณวันละ 30 ตัน เพราะฉะนั้นกุ้งส่วนนี้จะกลายเป็นกุ้งส่วนเกินสะสมไปเรื่อยๆ เพราะแม่ค้าไม่รับซื้อตั้งแต่ 10 วัน ก่อนหน้านี้

ขณะนี้อยู่ในระหว่างเจรจาอีก รวมกว่า 20 วัน ที่กุ้งสดต้องอั้นไว้ ราคาก็จะตกลงเรื่อย ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางให้โรงงานแช่แข็งมารับซื้อไปสต็อกเพื่อรอปล่อยขาย ที่เกษตรกรประสบตอนนี้คือห้องเย็นไม่รับซื้อเสมือนการกักตุนสินค้าอย่างหนึ่ง รัฐบาลยิ่งแก้ปัญหาช้าเท่าไหร่ ปัญหาก็จะยิ่งลุกลามบานปลายมากขึ้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่า มีไอ้โม่ง ที่ได้ประโยชน์จากภาวะวิกฤตของเกษตรกรอยู่แน่นอน ซึ่งรัฐบาลต้องไปดูนะครับว่าใครเอาเปรียบเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เพราะได้ข่าวมาว่า น่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจห้องเย็น เนื่องจากสามารถเลือกซื้อกุ้งราคาถูก เอาไปขายแพงได้ อีกทั้งนี้ขณะนี้กุ้งไทยเป็นกุ้งที่มีราคาดีที่สุด เกษตรกรไม่สามารถเก็บกุ้งไว้เองได้ มีแต่ห้องเย็นเท่านั้นที่ซื้อราคาถูกแล้วก็เก็บกุ้งไว้ได้เป็น 2-3 เดือน แล้วก็ไปขายภายหลัง

ส่วนการนำปลากะพงมาเลเซียไปแลกกุ้ง ก็ต้องเห็นใจ ผู้เลี้ยงปลากะพงด้วย เพราะต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในสภาวะคล้ายกับกุ้ง กุ้งกับปลาคล้ายกัน แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจของกุ้งกับปลากระพงต่างกันมาก โดยกุ้งประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปี ปลากะพงประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี ผู้เลี้ยงกุ้งมองว่ามาตรการที่รัฐบาลทำ เปรียบเสมือนเราเอากุ้งมังกรตัวขนาดเท่าแขน แล้วก็ไปแลกลูกปลากะพงตัวขนาด 4 นิ้ว ซึ่งไม่คุ้มค่ากัน ดังนั้นต้องให้ข้อมูลรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากนำปลากะพงไปแลกกับมาเลเซีย ก็เปรียบเสมือนรัฐบาลไทย เอากุ้งมังกรตัวขนาดแขนไปแลกปลากะพง ตัวละ 2-3 ขีด
ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งควบคุมกรมประมง ผู้ที่ออกมาตรการตรวจสอบปลากะพง ซึ่งการออกมาตรการตรวจสารตกค้างก่อน 15 วันก่อนส่งออก จากปลาสดก็กลายเป็นปลาเค็ม ส่วนนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการเองทันที เพื่อออกมาตรการให้รัดกุมไม่ยืดเยื้อและกระทบเกตรกรน้อยที่สุด

สำหรับทางออกของปัญหาดังกล่า นายปรีขา เปิดเผยว่า ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ขณะนี้ประเทศไทยผลิตได้ปีละ 300,000 ตัน ส่งไปต่างประเทศผ่านห้องเย็นประมาณ 100,000 ตัน ที่เหลือคือบริโภคภายในประเทศและส่งไปในประเทศเพื่อนบ้าน และมาตอนนี้ประตูที่ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านโดนปิด โดยเฉพาะมาเลเซียปิดด่าน ซึ่งเป็นกลไกระหว่างประเทศ พี่น้องเกษตรกรหรือพ่อค้าไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปเจรจาเองได้ ไทยกับมาเลยเซีย เรามีสัญญา FTA เรื่องสินค้าเกษตรภาษี 0% แต่มาตรการการตรวจสอบถือเป็นกำแพงภาษีชนิดหนึ่ง กุ้ง ปลา เป็นอาหารสด ถ้าถูกกักแค่ 1-2 วันสินค้าก็เน่าแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาในส่วนนี้ ลดขั้นตอนการตรวจสอบหรือชะลอขอความอนุเคราะห์ให้มาเลเซีย ผ่อนผันมาตรการนี้ไปก่อนจนกว่าจะได้ความชัดเจนในการตรวจสอบ แล้วจึงออกเป็นมาตรการบังคับใช้กันเกตรกรจะได้วางแผนธุรกิจล่วงหน้าได้
นายปรีชา สถิตเรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
////